top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนSabypay

เจ้าของธุรกิจ SME ควรมีรายได้เท่าไร

อัปเดตเมื่อ 27 เม.ย. 2566



นอกจากจะบริหารธุรกิจ และดูแลพนักงานแล้ว เจ้าของธุรกิจก็ย่อมต้องมีธุระส่วนตัวให้ดูแลจัดการ ดังนั้นเมื่อธุรกิจของคุณมั่นคงลงตัวดีแล้ว ก็ถึงเวลาแบ่งสรรจัดการรายได้ของคุณเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายแง่มุมให้ต้องพิจารณา หลายคนอาจสงสัยว่าเราควรมีวิธีอย่างไรในการแบ่งสรรค่าตอบแทนผู้บริหารให้เหมาะสม SabyPay จึงอยากชวนคุณมาดูเกณฑ์ที่ใช้ในการคิดคำนวณค่าตอบแทน ที่จะไม่กระทบโมเดลธุรกิจของคุณ


ธุรกิจต้องมั่นคง ถึงจะเริ่มจ่ายได้

ก่อนที่เจ้าของธุรกิจจะเริ่มจ่ายค่าตอบแทนให้ตัวเอง สิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนเป็นอันดับแรกคือเรื่องของความมั่นคงของธุรกิจ เช็กให้แน่ใจว่าธุรกิจของคุณมีรายได้จำนวนคงที่อย่างสม่ำเสมอ มีโปรเจกต์ที่สร้างรายได้ให้บริษัทอยู่ตลอด และยังคงมีอยู่เสมอในระยะเวลาหนึ่ง ที่สำคัญคือธุรกิจของคุณจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หากมีองค์ประกอบครบทั้งหมดนี้ ก็สามารถเริ่มจ่ายค่าตอบแทนในส่วนของผู้ประกอบการได้เลย


แยกให้ชัด เงินส่วนตัวหรือเงินทุนบริษัท

ถึงจะเป็นเจ้าของบริษัท แต่ก็ไม่ได้หมายว่าคุณจะสามารถถอนเงินจากกองทุนบริษัทมาใช้เท่าไรก็ได้ สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือแยกบัญชีเงินส่วนตัวออกจากบัญชีเงินทุนสำหรับกิจการให้ชัดเจน เพราะหากไม่มีการจัดการในส่วนนี้อาจทำให้เกิดผลเสียในภายหลังได้ อย่างแรกเลยคือจะทำให้ไม่ทราบถึงผลกำไรหรือรายได้ที่แท้จริงของกิจการ ส่งผลให้เกิดความยุ่งยากในการจัดทำบัญชีตามมา ซึ่งก็จะกระทบกับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมและภาษีเงินได้นิติบุคคล วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้คือการแยกบัญชีส่วนตัวและเงินทุนบริษัทออกจากกันให้ชัดเจน หากจะใช้เงินสำหรับธุระส่วนตัว ก็ควรจะมาจากเงินเดือนที่ได้แบ่งสรรออกไปเท่านั้น


จำนวนที่จ่ายต้องเหมาะสมและเป็นธรรม

แน่นอนว่าหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจคือความเป็นธรรม เกณฑ์ในการแบ่งสรรค่าตอบแทนสำหรับเจ้าของธุรกิจก็ต้องเป็นเช่นนั้นด้วย คำถามที่ตามมาคือ “มากหรือน้อยเท่าไรจึงจะพอดี” ลองคำนวณค่าใช้จ่ายส่วนตัวโดยประมาณ เพื่อนำมาใช้เป็นฐานตัวเลขของจำนวนเงินเดือน ถ้าจัดการวางแผนตรงส่วนนี้ดีๆ ก็จะช่วยประหยัดภาษีนิติบุคคลได้อีกด้วย หรือถ้าหากคุณเลือกวิธีถอนเงินออกจากทุนที่ใช้เป็นเงินหมุนเวียนในบริษัท เมื่อครบกำหนดสิ้นปี ก็ต้องนำเงินกลับเข้ามาคืนในกองทุนด้วย อีกวิธีนึงที่สามารถทำได้คือเลือกรับเงินปันผลจากกำไรสะสมของธุรกิจ เป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับเจ้าของธุรกิจ แต่ก็เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยมใช้กัน เพราะเงินจำนวนนี้ไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการในการคำนวณภาษี และยังต้องทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของจำนวนเงินปันผลที่จ่ายเพื่อนำส่งสรรพากร เพราะฉะนั้นแล้ว หากธุรกิจขาดทุนก็จะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ประกอบการได้


เรื่องน่ารู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการคำนวณค่าตอบแทนสำหรับเจ้าของธุรกิจ

นอกเหนือจากเรื่องสำคัญที่เราได้นำเสนอไปในข้างต้นแล้ว ยังมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการคิดค่าตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับเจ้าของธุรกิจ ที่ SabyPay อยากนำมาแชร์ให้ได้รู้

หากธุรกิจของคุณสร้างกำไรและผลตอบแทนที่มั่นคง คุณสามารถจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองได้ในอัตราเทียบเท่ากับอัตราของกำไรเฉลี่ยต่อเดือนที่บริษัทได้รับ อย่างที่ทราบกันดีว่าเงินปันผลจะสามารถจ่ายได้ก็ต่อเมื่อธุรกิจได้กำไร เพราะฉะนั้นแล้วจึงต้องพิจารณาการจ่ายตรงส่วนนี้ให้ดี หากจะเลือกจ่ายประจำก็ขอให้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าการจ่ายเงินปันผลจะไม่สร้างปัญหาหรือภาระให้ธุรกิจของคุณ การทบทวนและประเมินจำนวนเงินเดือนของเจ้าของธุรกิจให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายโดยรวมของบริษัทก็เป็นเรื่องควรทำ ที่จะมีส่วนช่วยในการดูแลธุรกิจให้มั่นคงต่อไปได้เช่นกัน


ดู 234 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


Post: Blog2_Post
bottom of page